Thaipat Institute

(www.thaipat.org)

Home  |  CSR  |  CSV  |  ESG  |  PACT  |  CRBP  |  SDNB  |  SDG  |  TSBI

Society 2020 FAQs


เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติได้จัดการประชุมสุดยอดการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 ซึ่งรวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 17 ข้อ โดยชาติสมาชิก 193 ประเทศรวมทั้งไทย ซึ่งยังผลให้วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว จะกลายเป็นทิศทางการพัฒนาทั้งของไทยและของโลกต่อจากนี้

สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมที่ได้ลงนามเข้าเป็นภาคีในข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) เมื่อปี พ.ศ.2555 และได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการลงทุนทางสังคม (Social Investment Pioneer) โดยสำนักงานเลขาธิการว่าด้วยหลักการลงทุนทางสังคม ภายใต้ความริเริ่มของสหประชาชาติ ได้เสนอแนวคิด “สังคม 2020” ขึ้น เพื่อใช้เป็นวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนในรูปภาคีความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้เสียในภาคส่วนต่างๆ ให้มีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล


วาระ “สังคม 2020” คืออะไร


“สังคม 2020” หรือ “Society 2020” เป็นวาระแห่งการพัฒนาที่ถูกริเริ่มขึ้นเพื่อสร้างให้เกิดความเคลื่อนไหวทางสังคมที่สนองตอบต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนการทำงานเพื่อส่งเสริม สนับสนุน และสานเครือข่ายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย โดยมุ่งที่จะตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสังคมวงกว้าง เน้นการพัฒนาที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนใน 3 มิติที่เอื้อต่อกันและแบ่งแยกมิได้ อันมีขอบข่ายที่กว้างกว่าโจทย์การพัฒนาความยั่งยืนในระดับองค์กรหรือระดับห่วงโซ่ธุรกิจ ด้วยการทำงานในรูปของกลุ่มความร่วมมือผู้มีส่วนได้เสียหลายฝ่าย (Multi-Stakeholder Group) ภายใต้วิสัยทัศน์ “People -> Perform, Business -> Transform, State -> Reform”

นั่นคือ ภาคประชาชนทำหน้าที่ (Perform) ของตนเองอย่างมีประสิทธิผล ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านหรือแปรรูป (Transform) ไปสู่การยกระดับการประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคมได้รับการดูแลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน และภาครัฐมีการปฏิรูป (Reform) หน่วยงานอย่างจริงจังเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งไปสู่ “สังคมที่เราต้องการ” (The Society We Want) ในอีก 15 ปีข้างหน้า


ใครเป็นผู้ขับเคลื่อน วาระ “สังคม 2020”


การขับเคลื่อนวาระสังคม 2020 จะกำกับดูแลโดยคณะกรรมการเครือข่ายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Network Board: SDNB) หรือเรียกสั้นๆ ว่า “บอร์ดยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่ผลักดันงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาคเอกชน ภาคสังคม ภาควิชาการ และสื่อมวลชน โดยมีสถาบันไทยพัฒน์ ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ

บทบาทของคณะกรรมการเครือข่ายการพัฒนาที่ยั่งยืน จะเน้นการทำหน้าที่เป็นกลไกประสานหน่วยงาน โดยหลีกเลี่ยงการทำงานที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่จะดำเนินงานในลักษณะเครือข่ายความร่วมมือเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับที่สูงขึ้น ภายใต้หลักการ 5Ps ได้แก่ ประชาชน (People) โลก (Planet) ความมั่งคั่ง (Prosperity) สันติภาพ (Peace) และความเป็นหุ้นส่วน (Partnership) ครอบคลุมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อ (Goals) และ 169 เป้าหมาย (Targets)

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนวาระ “สังคม 2020” จะมีการจัดกลุ่มการพัฒนาในแต่ละด้าน ในรูปของคณะกรรมการหรือคณะทำงานผู้มีส่วนได้เสียหลายฝ่าย นำโดยหน่วยงานหรือองค์กรที่เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งมีแผนงานหรือความริเริ่ม หรือมีโครงการที่ริเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.2015 เป็นต้นไป และมีระยะเวลาการดำเนินโครงการอย่างน้อยจนถึงปี ค.ศ.2020 โดยสามารถตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อพร้อมกัน


ทำไมต้องมีวาระ “สังคม 2020”


วาระ “สังคม 2020” ถูกริเริ่มขึ้นในจังหวะเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ซึ่งใช้อ้างอิงมาแล้ว 15 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 สู่การพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งนานาประเทศรวมทั้งไทยจะใช้อ้างอิงนับจากนี้ไป จวบจนปี ค.ศ.2030 ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปีข้างหน้า

วาระ “สังคม 2020” ถูกออกแบบให้เป็นความเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement) ที่มุ่งให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในสังคมในลักษณะเครือข่าย บูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่มีความหลากหลายและแตกต่างกัน ให้สามารถเชื่อมโยงกับการตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยการขับเคลื่อนวาระ “สังคม 2020” มีกรอบเวลา 5 ปีในระยะแรก (สิ้นสุดปี ค.ศ.2020) และจะมีการประเมินการดำเนินงาน เพื่อพิจารณาสู่การขับเคลื่อนในกรอบเวลา 10 ปี (สิ้นสุดปี ค.ศ.2030) ในระยะต่อไป

ทั้งนี้ วาระ “สังคม 2020” ได้ถือโอกาสนำเอาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อที่เพิ่งประกาศในปีนี้ มาใช้เป็นกรอบการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในสังคมไทย เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีเป้าหมายร่วมแห่งการพัฒนาที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

อนึ่ง เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ที่กำลังจะสิ้นสุดลง ประกอบด้วย (1) ขจัดความยากจนและความหิวโหย (2) ให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาระดับประถมศึกษา (3) ส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและบทบาทสตรี (4) ลดอัตราการตายของเด็ก (5) พัฒนาสุขภาพของสตรีมีครรภ์ (6) ต่อสู้กับโรคเอดส์ มาลาเรีย และโรคสำคัญอื่น ๆ (7) รักษาและจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (8) ส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาในประชาคมโลก

ส่วนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ชาติสมาชิก 193 ประเทศในองค์การสหประชาชาติ ได้ให้การรับรองเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา มีจำนวน 17 ข้อ ประกอบด้วย (1) ความยากจน (2) ความหิวโหย (3) สุขภาวะ (4) การศึกษา (5) ความเท่าเทียมทางเพศ (6) น้ำและการสุขาภิบาล (7) พลังงาน (8) เศรษฐกิจและการจ้างงาน (9) โครงสร้างพื้นฐานและการปรับให้เป็นอุตสาหกรรม (10) ความเหลื่อมล้ำ (11) เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ (12) แบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (13) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ (14) ทรัพยากรทางทะเล (15) ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ (16) สังคมและความยุติธรรม (17) หุ้นส่วนความร่วมมือและการปฏิบัติให้เกิดผล


ประโยชน์ของวาระ “สังคม 2020” ได้กับใคร


กรอบการทำงานตามวาระ “สังคม 2020” จะมีหลักการ และเป้าหมาย พร้อมตัวบ่งชี้การดำเนินงาน ที่อ้างอิงจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้รับการเห็นพ้องทั้งในระดับระหว่างองค์กรและระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยขจัดและลดการสูญเสียเวลาและทรัพยากรที่แต่เดิม หน่วยงานที่เข้าเป็นหุ้นส่วนการดำเนินงานในภารกิจต่างๆ ร่วมกัน ต้องใช้ในการรวบรวม กลั่นกรอง และเห็นพ้องในหลักการ เป้าหมาย และตัวชี้วัดดังกล่าว ก่อนการดำเนินงาน และบ่อยครั้ง ก็ไม่สามารถได้ข้อสรุปร่วมกัน เป็นเหตุให้การดำเนินงานในลักษณะหุ้นส่วนความร่วมมือในหลายเวที ไม่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์

นอกจากนี้ ในการออกแบบการร่วมดำเนินงาน ยังได้คำนึงถึงการนำทรัพยากรและความเชี่ยวชาญหลักของหน่วยงานที่เข้าเป็นหุ้นส่วนการดำเนินงานมาใช้ในการขับเคลื่อนวาระ “สังคม 2020” เพราะเชื่อว่า ในทุกหน่วยงานจะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะตน ที่มีความโดดเด่นและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา และที่สำคัญ คือ การทำงานตามวาระ “สังคม 2020” จะเน้นที่การต่อยอดการทำงานของแต่ละหน่วยงาน โดยไม่เริ่มจากศูนย์ แต่ต้องเปิดกว้างและสามารถเปิดรับการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เพื่อขยายผลการดำเนินงานของหน่วยงานในเชิงปัจเจก มาสู่ผลลัพธ์ในเชิงท้องถิ่น ภูมิภาค และโลกโดยรวม

ด้วยการขับเคลื่อนตามแนวทางนี้ จะทำให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพ จากการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และประสิทธิผล จากการส่งมอบผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ตามความมุ่งหวังของหน่วยงานและของสังคมโดยรวม


จะเข้าร่วมขับเคลื่อนวาระ “สังคม 2020” ได้อย่างไร


การร่วมขับเคลื่อนวาระ “สังคม 2020” สามารถดำเนินการได้ใน 2 ระดับ คือ ระดับที่เป็น “องค์กรริเริ่ม” และระดับที่เป็น “องค์กรเข้าร่วม” ดำเนินงาน *

องค์กรริเริ่ม” หมายถึง หน่วยงานที่มีความประสงค์จะเป็นผู้ริเริ่มและนำการดำเนินงาน โดยอาจมีการตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานในรูปของกลุ่มความร่วมมือผู้มีส่วนได้เสียหลายฝ่าย นำโดยองค์กรริเริ่ม ซึ่งได้มีการเสนอแผนงานหรือโครงการที่มีระยะเวลาการดำเนินงานอย่างน้อยจนถึงปี ค.ศ.2020 ในอันที่จะตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อพร้อมกัน

องค์กรเข้าร่วม” หมายถึง หน่วยงานที่มีความประสงค์จะเป็นผู้เข้าร่วมดำเนินงานที่หน่วยงานอื่นเป็นผู้ริเริ่ม โดยอาจเข้าร่วมในคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่องค์กรเข้าร่วมมีความสนใจและสามารถให้การสนับสนุนทุน ทรัพยากร หรือความเชี่ยวชาญที่องค์กรมีอยู่

คณะกรรมการเครือข่ายการพัฒนาที่ยั่งยืน เชิญชวนหน่วยงานที่สนใจ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่มีความประสงค์จะทำงานเชื่อมโยงกับวาระสังคม 2020 เข้าร่วมดำเนินงานในรูปแบบของหุ้นส่วนความร่วมมือ โดยได้จัดทำเอกสาร Society 2020 Partnership Submission Form เพื่อรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลหน่วยงาน ประเด็นที่องค์กรสนใจ เป้าหมายที่ต้องการผลักดัน รูปแบบความร่วมมือ ทุน/ปัจจัยที่ให้การสนับสนุน และโครงการ/ความริเริ่มที่ต้องการขับเคลื่อน ฯลฯ เพื่อให้หน่วยงานที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเพื่อให้ข้อมูล ได้ที่ sdnb.org ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


คาดหวังจะให้เกิดอะไรขึ้นในวาระ “สังคม 2020”


ในระดับประเทศ ความคาดหวังของการขับเคลื่อนวาระ “สังคม 2020” ที่เกิดจากการทำงานของหุ้นส่วนความร่วมมือ คือ การได้เห็นภาคประชาชนทำหน้าที่ (Perform) ของตนเองอย่างมีประสิทธิผล ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านหรือแปรรูป (Transform) ไปสู่การยกระดับการประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคมได้รับการดูแลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน และภาครัฐมีการปฏิรูป (Reform) หน่วยงานอย่างจริงจังเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งไปสู่ “สังคมที่เราต้องการ” (The Society We Want) ในอีก 15 ปีข้างหน้า

ในระดับสากล วาระ “สังคม 2020” จะมีส่วนช่วยในการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในลักษณะที่เป็น “Collective Impact” ซึ่งเกิดจากการรวมปัจจัยหรือทรัพยากรจากหุ้นส่วนความร่วมมือให้มีขนาดใหญ่พอที่จะดำเนินการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาสังคมในสเกลที่เป็นระดับประเทศ ภูมิภาค หรือของโลกได้


--------------------------------------
* สงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตอบรับ เฉพาะองค์กรที่มีการประกอบธุรกิจหลักที่ไม่ส่งผลเสียต่อสังคม หรือมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแนวทางการทำงานตามวาระสังคม 2020