Thaipat Institute

GRI Certified Training Partner นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2556

รู้จัก    CG   ¦   ESG   ¦   CSR   ¦   CSV   ¦   SD   ¦   SE   ¦   SB

Net Positive Club


นับเป็นครั้งแรกที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันด้วยความเชื่อมั่นทางสถิติว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเร่งตัวขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ดำเนินไปอย่างคงที่เท่านั้น ผลการศึกษาชิ้นใหม่โดย แกรนต์ ฟอสเตอร์ และ สเตฟาน ราห์มสตอร์ฟ (Global warming has accelerated significantly, 2026) ระบุว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

คณะผู้เขียนรายงาน ระบุว่า หากสถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไปในอัตราปัจจุบัน โลกจะมีอุณหภูมิสูงเกินขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีส (Paris Climate Accord) ก่อนปี ค.ศ. 2030

แม้การป้องกันไม่ให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบอย่างเลวร้าย จะยังคงเป็นภารกิจโลกที่สำคัญยิ่ง แต่แบบจำลองสถานการณ์เพื่อจำกัดอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียส หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2050 นั้น แทบจะไม่สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติจริงได้อีกต่อไป

ส่วนแนวคิดแบบจำลอง 'การพุ่งเกินเป้า' (Overshoot) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อุณหภูมิโลกจะสูงทะลุเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียสไปก่อน แล้วค่อยลดระดับลงมาในภายหลังนั้น ในทางเทคนิค ถือว่ามีความเป็นไปได้

อย่างไรก็ดี ด้วยขนาดและปริมาณของการดักจับและกำจัดก๊าซเรือนกระจก ที่นำมาใช้ในแบบจำลองด้านภูมิอากาศที่ตั้งเป้าหมายไว้สูงหลายฉบับ ได้ก่อให้เกิดคำถามตามมามากมาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องผลกระทบที่ต้องแลกมา (Trade-offs) ทั้งด้านการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ปริมาณการใช้น้ำ และปัจจัยด้านอื่น ๆ (Global Energy Outlook 2026: How the World Lost the Goal of 1.5°C, 2026)

กระนั้นก็ตาม การป้องกันไม่ให้ผลลัพธ์จากปัญหาโลกร้อนเลวร้ายไปกว่านี้ ยังคงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความจำเป็นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการจัดหาพลังงานที่มีความเสถียรและในราคาที่เข้าถึงได้

ในระดับกิจการ องค์กรธุรกิจควรปรับรื้อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากเดิมที่เน้นเป้าหมายระยะยาวให้มีผลลัพธ์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2050 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกพุ่งเกินขีดจำกัดไปแล้ว มาสู่การเน้นที่เป้าหมายระยะสั้นให้มีผลลัพธ์ของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นบวก (Net Positive) แบบปีต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และส่งผลกระทบที่จับต้องได้ต่อโลก (Real-World Impact: RWI)

สถาบันไทยพัฒน์ ได้พัฒนาเกณฑ์วิธีในการคำนวณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เน้นผลลัพธ์สุทธิเป็นบวก เพื่อตอบโจทย์การสร้างผลกระทบจริงแก่โลก ที่เรียกว่า "RWI Protocol" โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ในแต่ละปี จะถูกแปลงเป็นคาร์บอนเครดิต สะสมไว้ในบัญชีคาร์บอนเครดิตขององค์กร สำหรับการนำไปใช้ชดเชย (Offset) ภายในกิจการ หรือขายให้แก่ผู้ซื้อภายนอก

องค์กรธุรกิจที่มีกิจกรรมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจการ และต้องการแปลงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ในแต่ละปี ให้เป็นคาร์บอนเครดิตเก็บสะสมไว้ในบัญชีคาร์บอนเครดิตขององค์กร ด้วยเกณฑ์วิธี "RWI Protocol" สามารถสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก Net Positive Club หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ทางอีเมล info@thaipat.org ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป