ไทยพัฒน์ เปิดตัวเครื่องมือ AI "ReportLM"
ช่วยลดเวลาการจัดทำรายงานความยั่งยืนลง 60%
31 กรกฎาคม 2569 – สถาบันไทยพัฒน์เปิดตัว ReportLM เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระงานด้านธุรการที่เพิ่มขึ้นในการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพและความน่าเชื่อถือข้อมูล
การเปิดตัวเครื่องมือ “ตัวแบบภาษารายงาน” (Report Language Model) ฉบับอ้างอิงมาตรฐานการรายงานสากล Global Reporting Initiative (GRI Standards) เปิดโอกาสให้องค์กรที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) สามารถจัดทำรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐาน GRI แบบแยกเล่ม เพื่อตอกย้ำถึงการขับเคลื่อนและการสื่อสารเรื่องความยั่งยืนในระดับสากล
สถาบันไทยพัฒน์ได้นำเทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation) มาใช้สนับสนุนในการเพิ่มบริบท (Context) ของคำสั่ง ที่ช่วยจำกัดขอบเขตเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (Relevant Data) จากแหล่งที่มาของข้อมูลที่น่าเชื่อถือและสามารถอ้างอิงได้
เครื่องมือนี้จะวิเคราะห์เอกสารที่มีอยู่ของบริษัท รวมถึงรายงานประจำปีและข้อมูลความยั่งยืนที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อนำมาระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทำการเปรียบเทียบและจับคู่กับข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลของ GRI พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการรายงานภายใต้สภาพแวดล้อมของ ReportLM โดยจะช่วยให้องค์กรสามารถลดเวลาในการจัดทำรายงานที่อ้างอิงตามมาตรฐาน GRI ลงได้เฉลี่ยถึง 60%
เครื่องมือ ReportLM มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความสะดวกเรียบง่ายในการเตรียมข้อมูลความยั่งยืน โดยมิได้ลดทอนความเคร่งครัดของการรายงานลง อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงมีหน้าที่ต้องตรวจสอบ แก้ไข และอนุมัติข้อมูลทั้งหมดก่อนที่จะทำการเผยแพร่
ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นนี้ จะก่อให้เกิดมูลค่าอย่างมีนัยสำคัญสำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการให้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) แก่ผู้ลงทุน โดยเฉพาะการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก การจัดการมลภาวะและของเสีย รวมทั้งประเด็นความยั่งยืนที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ตลอดจนให้เป็นไปตามข้อกำหนดภาคบังคับของประเทศคู่ค้า และความสอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานระดับโลก
นายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า “สถาบันไทยพัฒน์ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 25 ปีที่แล้ว เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนขององค์กรในภาคเอกชน และงานดังกล่าวได้ช่วยให้องค์กรหลายแห่งในประเทศไทยสร้างศักยภาพด้านความยั่งยืนและพร้อมตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคต การเปิดตัว ReportLM ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ถือเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวของเส้นทางการใช้ประโยชน์จากขุมพลังของ AI เพื่อสนับสนุนองค์กรในวงกว้างที่ไม่จำกัดเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ในการร่วมมือกันช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อโลกที่เริ่มจากฐานการรายงาน”
การใช้กระบวนการรายงานเป็นฐานในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน เป็นวิธีซึ่งมีประสิทธิภาพสูง เพราะเป็นการคิดย้อนกลับจากผลการดำเนินงานที่คาดหวังก่อนล่วงหน้า แล้วนำมาใช้กำกับทิศทางการดำเนินการผ่านตัวชี้วัดที่ระบุให้สอดคล้องกับผลที่คาดหวัง และย้อนมาสู่การกำหนดกรอบการทำงาน นโยบาย และกลยุทธ์ ก่อนที่จะดำเนินงาน เป็นการหาคำตอบด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุ สู่การตั้งเป็นโจทย์สำหรับการขับเคลื่อนได้อย่างตรงจุด ซึ่งให้ผลดีกว่าการริเริ่มจัดทำนโยบายหรือกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนจากระดับบนแล้วส่งต่อสู่ระดับปฏิบัติการให้ดำเนินการหรือระบุตัวชี้วัดกันเองในแต่ละฝ่าย
ทั้งนี้ ข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลที่ขยายขอบเขตมากขึ้น ยังส่งผลให้ต้นทุนในการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มสูงขึ้นด้วย บริษัทต่าง ๆ จะต้องรวบรวม ตรวจสอบ และอธิบายข้อมูลความยั่งยืนในส่วนของการดำเนินงาน คู่ค้า ฯลฯ และด้วยการวิเคราะห์เอกสารแบบอัตโนมัติ จะช่วยให้ทีมจัดทำรายงานใช้เวลาลดลงในการค้นหาข้อมูลที่มีอยู่ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ระบุช่องว่างของข้อมูล (Gaps) ได้ก่อนที่จะถึงกำหนดเวลาการเปิดเผยข้อมูล
นายวรณัฐ เพียรธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของมนุษย์มากกว่าที่จะมาแทนที่ โดยองค์กรจะยังคงต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความครบถ้วนสมบูรณ์ และการอนุมัติขั้นสุดท้ายต่อการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของกิจการ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารและผู้ลงทุน เพราะแม้การรายงานที่สร้างโดย AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง แต่ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล หากผลลัพธ์นั้นถูกยอมรับโดยไม่มีการตรวจสอบที่เพียงพอ กิจการจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมที่ชัดเจนเหนือเอกสารต้นฉบับ กระบวนการตรวจสอบ และการลงนามอนุมัติจากฝ่ายบริหาร รวมถึงคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบที่ต้องการให้เกิดความโปร่งใสต่อการนำ AI มาใช้ในการรายงานความยั่งยืน
การเปิดตัว ReportLM เครื่องมือการรายงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI จากสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปีในด้านความยั่งยืนโดยมีจุดเน้นที่ “กระบวนการรายงาน” (Reporting) จึงมีความแตกต่างจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่ผันตัวมาพัฒนาแอปพลิเคชันรวบรวมข้อมูลความยั่งยืนเพียงเพื่อจัดทำเป็น “เล่มรายงาน” (Report) ถือเป็นโอกาสให้บริษัทที่ขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อช่วยลดต้นทุนในการรายงาน โดยไม่ลดทอนความน่าเชื่อถือของข้อมูล และสามารถบูรณาการความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์องค์กร เพื่อสร้างให้เกิดคุณค่าที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของกิจการจากกระบวนการรายงานอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ยังมีแผนในการขยายขีดความสามารถเพิ่มเติมของ ReportLM ในอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่การเตรียมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลกอื่น ๆ เช่น มาตรฐาน ISSB และมาตรฐาน GHG Protocol ฯลฯ องค์กรที่สนใจใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดังกล่าว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://reportlm.ai
ข้อมูลเพิ่มเติม
คุณวีรญา ปรียาพันธ์
โทรศัพท์: 02-930-5227 โทรสาร: 02-930-5228
อีเมล: info@thaipat.org
[ข่าวประชาสัมพันธ์]
| • | ReportLM (GRI Reference version) ช่วยให้องค์กรที่ยังไม่มีการเผยแพร่รายงานความยั่งยืน สามารถจัดทำรายงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล GRI ได้เช่นเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ |
| • | ตัวแบบภาษารายงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถลดเวลาในการเตรียมข้อมูลที่ต้องการเปิดเผยได้ถึง 60% |
| • | บริษัทยังคงไว้ซึ่งความรับผิดชอบในการตรวจสอบและเผยแพร่รายงานความยั่งยืน ผ่านการกำกับดูแลโดยมนุษย์ ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางของกระบวนการรายงาน |
การเปิดตัวเครื่องมือ “ตัวแบบภาษารายงาน” (Report Language Model) ฉบับอ้างอิงมาตรฐานการรายงานสากล Global Reporting Initiative (GRI Standards) เปิดโอกาสให้องค์กรที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) สามารถจัดทำรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐาน GRI แบบแยกเล่ม เพื่อตอกย้ำถึงการขับเคลื่อนและการสื่อสารเรื่องความยั่งยืนในระดับสากล
สถาบันไทยพัฒน์ได้นำเทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation) มาใช้สนับสนุนในการเพิ่มบริบท (Context) ของคำสั่ง ที่ช่วยจำกัดขอบเขตเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (Relevant Data) จากแหล่งที่มาของข้อมูลที่น่าเชื่อถือและสามารถอ้างอิงได้
เครื่องมือนี้จะวิเคราะห์เอกสารที่มีอยู่ของบริษัท รวมถึงรายงานประจำปีและข้อมูลความยั่งยืนที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อนำมาระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทำการเปรียบเทียบและจับคู่กับข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลของ GRI พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการรายงานภายใต้สภาพแวดล้อมของ ReportLM โดยจะช่วยให้องค์กรสามารถลดเวลาในการจัดทำรายงานที่อ้างอิงตามมาตรฐาน GRI ลงได้เฉลี่ยถึง 60%
เครื่องมือ ReportLM มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความสะดวกเรียบง่ายในการเตรียมข้อมูลความยั่งยืน โดยมิได้ลดทอนความเคร่งครัดของการรายงานลง อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงมีหน้าที่ต้องตรวจสอบ แก้ไข และอนุมัติข้อมูลทั้งหมดก่อนที่จะทำการเผยแพร่
ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นนี้ จะก่อให้เกิดมูลค่าอย่างมีนัยสำคัญสำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการให้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) แก่ผู้ลงทุน โดยเฉพาะการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก การจัดการมลภาวะและของเสีย รวมทั้งประเด็นความยั่งยืนที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ตลอดจนให้เป็นไปตามข้อกำหนดภาคบังคับของประเทศคู่ค้า และความสอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานระดับโลก
นายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า “สถาบันไทยพัฒน์ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 25 ปีที่แล้ว เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนขององค์กรในภาคเอกชน และงานดังกล่าวได้ช่วยให้องค์กรหลายแห่งในประเทศไทยสร้างศักยภาพด้านความยั่งยืนและพร้อมตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคต การเปิดตัว ReportLM ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ถือเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวของเส้นทางการใช้ประโยชน์จากขุมพลังของ AI เพื่อสนับสนุนองค์กรในวงกว้างที่ไม่จำกัดเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ในการร่วมมือกันช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อโลกที่เริ่มจากฐานการรายงาน”
การใช้กระบวนการรายงานเป็นฐานในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน เป็นวิธีซึ่งมีประสิทธิภาพสูง เพราะเป็นการคิดย้อนกลับจากผลการดำเนินงานที่คาดหวังก่อนล่วงหน้า แล้วนำมาใช้กำกับทิศทางการดำเนินการผ่านตัวชี้วัดที่ระบุให้สอดคล้องกับผลที่คาดหวัง และย้อนมาสู่การกำหนดกรอบการทำงาน นโยบาย และกลยุทธ์ ก่อนที่จะดำเนินงาน เป็นการหาคำตอบด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุ สู่การตั้งเป็นโจทย์สำหรับการขับเคลื่อนได้อย่างตรงจุด ซึ่งให้ผลดีกว่าการริเริ่มจัดทำนโยบายหรือกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนจากระดับบนแล้วส่งต่อสู่ระดับปฏิบัติการให้ดำเนินการหรือระบุตัวชี้วัดกันเองในแต่ละฝ่าย
ทั้งนี้ ข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลที่ขยายขอบเขตมากขึ้น ยังส่งผลให้ต้นทุนในการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มสูงขึ้นด้วย บริษัทต่าง ๆ จะต้องรวบรวม ตรวจสอบ และอธิบายข้อมูลความยั่งยืนในส่วนของการดำเนินงาน คู่ค้า ฯลฯ และด้วยการวิเคราะห์เอกสารแบบอัตโนมัติ จะช่วยให้ทีมจัดทำรายงานใช้เวลาลดลงในการค้นหาข้อมูลที่มีอยู่ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ระบุช่องว่างของข้อมูล (Gaps) ได้ก่อนที่จะถึงกำหนดเวลาการเปิดเผยข้อมูล
นายวรณัฐ เพียรธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของมนุษย์มากกว่าที่จะมาแทนที่ โดยองค์กรจะยังคงต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความครบถ้วนสมบูรณ์ และการอนุมัติขั้นสุดท้ายต่อการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของกิจการ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารและผู้ลงทุน เพราะแม้การรายงานที่สร้างโดย AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง แต่ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล หากผลลัพธ์นั้นถูกยอมรับโดยไม่มีการตรวจสอบที่เพียงพอ กิจการจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมที่ชัดเจนเหนือเอกสารต้นฉบับ กระบวนการตรวจสอบ และการลงนามอนุมัติจากฝ่ายบริหาร รวมถึงคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบที่ต้องการให้เกิดความโปร่งใสต่อการนำ AI มาใช้ในการรายงานความยั่งยืน
การเปิดตัว ReportLM เครื่องมือการรายงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI จากสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปีในด้านความยั่งยืนโดยมีจุดเน้นที่ “กระบวนการรายงาน” (Reporting) จึงมีความแตกต่างจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่ผันตัวมาพัฒนาแอปพลิเคชันรวบรวมข้อมูลความยั่งยืนเพียงเพื่อจัดทำเป็น “เล่มรายงาน” (Report) ถือเป็นโอกาสให้บริษัทที่ขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อช่วยลดต้นทุนในการรายงาน โดยไม่ลดทอนความน่าเชื่อถือของข้อมูล และสามารถบูรณาการความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์องค์กร เพื่อสร้างให้เกิดคุณค่าที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของกิจการจากกระบวนการรายงานอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ยังมีแผนในการขยายขีดความสามารถเพิ่มเติมของ ReportLM ในอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่การเตรียมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลกอื่น ๆ เช่น มาตรฐาน ISSB และมาตรฐาน GHG Protocol ฯลฯ องค์กรที่สนใจใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดังกล่าว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://reportlm.ai
ข้อมูลเพิ่มเติม
คุณวีรญา ปรียาพันธ์
โทรศัพท์: 02-930-5227 โทรสาร: 02-930-5228
อีเมล: info@thaipat.org
[ข่าวประชาสัมพันธ์]












