การนำ S3ER ไปใช้
| Scope 3 Emissions | รู้จัก S3ER | การนำไปใช้ | มาตรฐานอ้างอิง |
กิจการสามารถใช้เมทริกซ์ประเภทกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องในหมวดธุรกิจ (Sector-specific Relevant Category: SRC) เพื่อชี้เป้าการดำเนินงานในห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นระบบ เอื้อให้เกิดการบริหารทรัพยากรและใช้งบประมาณอย่างตรงจุด อีกทั้งช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากการเลือกจัดการมลอากาศในกิจกรรมเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ (จากกิจกรรมทั้ง 15 ประเภทในขอบข่ายที่ 3)
ข้อมูลจากเมทริกซ์ประเภทกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องในหมวดธุรกิจ (SRC) ชี้ให้เห็นว่า กรณีถ้าเป็นบริษัทค้าปลีกที่อยู่ในหมวดธุรกิจพาณิชย์ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ (Service) จะมีปริมาณมลอากาศที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมใน 4 ประเภทสำคัญ ได้แก่ 1) สินค้าและบริการที่สั่งซื้อ 3) กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงและพลังงาน 4) การขนส่งและกระจายสินค้าต้นน้ำ และ 11) การใช้ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย ด้วยข้อมูลนี้ บริษัทสามารถเริ่มต้นจัดการลดมลอากาศจากกิจกรรมใน 4 ประเภทดังกล่าวได้ก่อน เป็นต้น
เครื่องมือ S3ER ช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายในการ ‘เก็บรวบรวมข้อมูล’ ที่ต้องลงทุนไปกับการซื้อซอฟต์แวร์ การนำเข้าข้อมูล และการจัดทำบัญชีมลอากาศที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ (Sector-agnostic) แต่เก็บงบประมาณ ทรัพยากร และเวลา เพื่อมาเน้นที่การ ‘ลดปริมาณมลอากาศ’ ให้เกิดเป็นผลลัพธ์ที่แท้จริง
ในยุคที่การบริหารจัดการมลอากาศตลอดห่วงโซ่คุณค่ากลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การปล่อยให้ข้อจำกัดด้านการเก็บข้อมูล Scope 3 กลายเป็นอุปสรรคฉุดรั้งการขับเคลื่อนองค์กร ไม่เพียงแต่ทำให้เสียโอกาสในการรับมือกับความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่ยังอาจหมายถึงการสูญเสียต้นทุนและทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์
การปรับเปลี่ยนมุมมองจากการหลงทางในกระบวนการเก็บข้อมูลที่ซับซ้อน มาสู่การใช้นวัตกรรมเครื่องมืออย่าง S3ER จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรชี้เป้าจุดอ่อนไหวได้อย่างแม่นยำ และเริ่มต้นลงมือบริหารจัดการมลอากาศได้อย่างตรงจุด เพราะหัวใจสำคัญของการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่การมีตัวเลขรายงานที่สมบูรณ์แบบบนกระดาษ แต่คือการเริ่มลงมือ 'ลดการปล่อยมลอากาศ' ให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริงในห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่วันนี้












